สแลงเม็กซิกัน 17 คำที่ต้องรู้ พร้อมคำอ่านไทยและจุดเน้นเสียง|güey・no mames・órale・chido

Kodak
วันนี้เรามาคุยเรื่อง สแลงเม็กซิกัน (สแลงภาษาสเปนของเม็กซิโก) กันครับ!

คำพวกนี้แทบไม่มีในตำราเรียนภาษาสเปน แต่คนเม็กซิกันใช้กันทุกวัน วันละหลายสิบครั้ง จนถ้าไม่รู้ก็ฟังบทสนทนาจริงไม่รู้เรื่องเลยนะครับ

และที่สำคัญที่สุดสำหรับคนไทยคือ “จุดเน้นเสียง” (acento) ครับ บทความนี้ผมจะใส่ คำอ่านภาษาไทย + จุดเน้นเสียง ให้ครบทั้ง 17 คำเลย

อ๋อ… แปลว่าที่ผมดูซีรีส์เม็กซิกันใน Netflix แล้วฟังไม่ออกเลย เพราะคำสแลงพวกนี้เหรอครับ?
Kodak

ใช่เลยครับ! ตำราเรียนสอนสเปนแบบสเปน (ยุโรป) เป็นหลัก แต่ในโลกจริงมีคนพูดสเปนแบบเม็กซิกันเยอะที่สุดในโลก ราวๆ 130 ล้านคน

เพราะฉะนั้นถ้าอยากดูหนัง ฟังเพลง หรือคุยกับเพื่อนเม็กซิกันได้จริง สแลงพวกนี้คือด่านแรกที่ต้องผ่านนะครับ

สแลงเม็กซิกันคืออะไร? ทำไมเรียนจากตำราแล้วฟังคนเม็กซิกันไม่ออก

“สแลงเม็กซิกัน” หมายถึงคำและสำนวนที่ใช้กันเฉพาะในภาษาสเปนของประเทศเม็กซิโก ซึ่งคนสเปน คนอาร์เจนตินา หรือคนโคลอมเบียอาจจะไม่เข้าใจ หรือเข้าใจคนละความหมายไปเลย

ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือคำว่า chido ครับ ในพจนานุกรมราชบัณฑิตยสภาสเปน (RAE) ระบุไว้ตรงๆ ว่าเป็นคำที่ใช้ใน “Méx.” (เม็กซิโก) เท่านั้น ถ้าเอาไปพูดที่มาดริดคนก็จะงงว่าคุณพูดอะไร

แปลว่าสเปนแต่ละประเทศมีคำสแลงของตัวเองเหรอครับ? แล้วต้องจำหมดทุกประเทศเลยไหม…
Kodak

ไม่ต้องครับ ใจเย็นๆ นะครับ!

เริ่มจากเม็กซิโกก่อนก็พอ เพราะเป็นตลาดหนัง ซีรีส์ และเพลงที่ใหญ่ที่สุด สแลงเม็กซิกันเลยกระจายไปทั่วละตินอเมริกาผ่านสื่อ คนประเทศอื่นถึงจะไม่พูดเอง แต่ส่วนใหญ่ก็ “ฟังออก” ครับ

ก่อนดูคำศัพท์! กฎ “จุดเน้นเสียง” ที่คนไทยต้องรู้ก่อน

ก่อนจะเข้าตารางคำศัพท์ ขอปูพื้นเรื่องการออกเสียงก่อนนะครับ เพราะสำหรับคนไทยแล้ว ต่อให้จำคำศัพท์ได้ ถ้าเน้นเสียงผิดตำแหน่ง เจ้าของภาษาก็จะฟังไม่ออกอยู่ดี

1. กฎ 3 ข้อของตำแหน่งเน้นเสียงในภาษาสเปน

ภาษาสเปนมีกฎการเน้นเสียงที่ตายตัวมาก แค่ 3 ข้อนี้ก็ครอบคลุมเกือบทุกคำแล้วครับ

กฎการเน้นเสียง (acento) ของภาษาสเปน

ข้อ 1:คำที่ลงท้ายด้วย สระ / -n / -s ⇒ เน้นที่ พยางค์รองสุดท้าย
 ตัวอย่าง:chi-do ⇒ CHI-do / ma-mes ⇒ MA-mes / on-da ⇒ ON-da

ข้อ 2:คำที่ลงท้ายด้วย พยัญชนะอื่นๆ (-l, -r, -d, -z ฯลฯ) ⇒ เน้นที่ พยางค์สุดท้าย
 ตัวอย่าง:car-nal ⇒ car-NAL / ciu-dad ⇒ ciu-DAD

ข้อ 3:ถ้ามี เครื่องหมาย ´ (tilde) อยู่บนสระตัวไหน ⇒ เน้นตรงนั้นทันที ไม่ต้องสนกฎ 1-2
 ตัวอย่าง:ó-ra-le ⇒ เน้น ó / án-da-le ⇒ เน้น án

โห… งั้นเครื่องหมาย ´ ที่เห็นบ่อยๆ ในคำสเปน จริงๆ แล้วมันคือ “ป้ายบอกจุดเน้นเสียง” นี่เองเหรอครับ!
Kodak

ถูกต้องเลยครับ! ดีมาก

คนไทยหลายคนคิดว่ามันคือวรรณยุกต์ แต่ไม่ใช่นะครับ มันไม่เกี่ยวกับเสียงสูงต่ำเลย มันแค่บอกว่า “พยางค์นี้แหละที่ต้องออกแรงดังกว่าเพื่อน” เท่านั้นเองครับ

2. ข้อควรระวังอันดับ 1 ของคนไทย: ภาษาสเปนไม่มีวรรณยุกต์

นี่คือกับดักที่คนไทยตกกันเยอะที่สุดครับ

ภาษาไทยเป็น “ภาษาที่มีวรรณยุกต์” (tonal language) เราเปลี่ยนความหมายด้วยเสียงสูงต่ำ เช่น มา / ม้า / หมา แต่ ภาษาสเปนไม่มีระบบนี้เลย ครับ

ในบทความนี้ผมเขียนคำอ่านด้วยตัวอักษรไทย เพราะอ่านง่ายที่สุด แต่ขอให้ อย่าใส่วรรณยุกต์ตามความเคยชิน นะครับ ให้อ่านแบบ “เสียงสามัญราบเรียบ” แล้วแค่ออกแรงหนักตรงพยางค์ที่กำหนดเท่านั้น

วรรณยุกต์แบบไทย=เปลี่ยน ระดับเสียงสูง-ต่ำ ของพยางค์ (มา ↔ ม้า)
เน้นเสียงแบบสเปน=เปลี่ยน ความดังและความยาว ของพยางค์ (ดังขึ้น + ยาวขึ้นนิดหน่อย)

เวลาฝึก ให้ลองพูด chido ว่า「ชี-โด」โดยตบมือเบาๆ ตอนพูดพยางค์「ชี」ครับ ร่างกายจะจำจังหวะได้เร็วกว่าท่องด้วยหัวเยอะเลย

3. เสียง r และ rr — จุดที่คนไทย “ได้เปรียบ” กว่าที่คิด

เสียง rr แบบรัวลิ้นนี่แหละครับที่ผมกลัวที่สุดเลย ทำยังไงก็รัวไม่ได้สักที…
Kodak

อันนี้ผมมีข่าวดีมาบอกครับ!

จริงๆ แล้ว คนไทยได้เปรียบเรื่องนี้มากกว่าคนญี่ปุ่นหรือคนจีนเยอะ เพราะภาษาไทยมีตัว “ร เรือ” ที่เป็นเสียงรัวลิ้นอยู่แล้วในระบบเสียงมาตรฐานครับ

ภาษาสเปนแยกเสียง r ออกเป็น 2 แบบ ซึ่งตรงกับภาษาไทยได้พอดีเลยครับ

  • r ตัวเดียว (ระหว่างสระ):เสียงกระดกลิ้นครั้งเดียวสั้นๆ ⇒ เหมือน ในคำว่า「กะ」ที่พูดเร็วๆ ตัวอย่าง:órale, carnal
  • rr (หรือ r ที่ขึ้นต้นคำ):เสียงรัวลิ้นต่อเนื่อง ⇒ เหมือน แบบ “รัวลิ้น” ในการอ่านข่าวหรือร้องเพลงชาติ ตัวอย่าง:perro, ropa

ปัญหาจริงของคนไทยจึงไม่ใช่ “รัวไม่ได้” แต่คือ ความเคยชินในภาษาพูดที่มักออกเสียง ร เป็น ล ต่างหากครับ (เช่น พูด “โรงเรียน” เป็น “โลงเลียน”)

ถ้าเผลอทำแบบนี้ในภาษาสเปน ความหมายจะเปลี่ยนไปเลยนะครับ เพราะสเปนแยก r กับ l เป็นคนละหน่วยเสียงอย่างเด็ดขาด

ลอง! คู่คำที่ต่างกันแค่ r / rr / l

peroเป-โร/r เดี่ยว)= แต่ว่า
perroเป-โร/rr รัว)= สุนัข
peloเป-โล)= เส้นผม

※ทั้งสามคำเน้นเสียงที่พยางค์แรกเหมือนกันหมด ต่างกันแค่เสียงกลางคำเท่านั้นครับ

4. วิธีอ่านตารางในบทความนี้

ในตารางถัดไป ผมจะเขียนคำอ่านแบบนี้ครับ

กติกาของคำอ่านในบทความนี้
・แบ่งพยางค์ด้วยเครื่องหมาย
・พยางค์ที่พิมพ์ ตัวหนา คือ พยางค์ที่ต้องลงเสียงหนัก
・อ่านทุกพยางค์ด้วยเสียงสามัญ (ไม่ต้องใส่วรรณยุกต์)

ตัวอย่าง:órale ⇒「โอ-รา-เล」= ออกแรงหนักที่「โอ」 ส่วน「รา-เล」พูดเบาและเร็วผ่านไป

ตารางรวม 17 คำสแลงภาษาสเปนเม็กซิโก พร้อมคำอ่านไทย+จุดเน้นเสียง

นี่คือตารางหลักของบทความนี้ครับ แนะนำให้บุ๊กมาร์กไว้แล้วกลับมาดูซ้ำได้เลย

คอลัมน์ “ระดับ” คือความสุภาพ ซึ่งผมอ้างอิงจากป้ายกำกับในพจนานุกรมจริง (DEM ของ El Colegio de México และ ASALE) นะครับ

คำสเปนคำอ่านไทย (ตัวหนา=เน้นเสียง)ความหมายคร่าวๆระดับ
güey / weyเกวย์เวย์(พยางค์เดียว)เพื่อนเอ๊ย, ไอ้เพื่อน, หมอนั่นกันเอง/บางบริบทหยาบ
no mamesโน มา-เมสไม่จริงน่า!/อย่าเวอร์ดิหยาบมาก
no manchesโน มัน-เชสเวอร์ชันสุภาพของ no mamesกันเอง (ปลอดภัย)
óraleโอ-รา-เลเอาเลย!/ตกลง!/ว้าว!กันเอง (ไม่หยาบ)
ándaleอัน-ดา-เลเร็วเข้า!/ใช่เลย!กันเอง (ไม่หยาบ)
chidoชี-โดเจ๋ง, สวย, ดีมากกันเอง (ไม่หยาบ)
padreปา-เดรเจ๋ง, สนุก (คล้าย chido)กันเอง (ไม่หยาบ)
¿qué onda?เก โอน-ดาว่าไง?/เป็นไงบ้าง?กันเอง (ไม่หยาบ)
netaเน-ตาเรื่องจริง, จริงดิ?กันเอง
chambaชัม-บางาน (job)กันเอง
lanaลา-นาเงิน (แปลตรงตัว=ขนแกะ)กันเอง
chelaเช-ลาเบียร์กันเอง
carnalการ์-นัลพี่ชาย/เพื่อนซี้กันเอง (ค่อนข้างชายๆ)
cuateกวา-เตเพื่อน, หมอนี่กันเอง
crudo / crudaกรู-โด/กรู-ดาเมาค้างกันเอง
fresaเฟร-ซาพวกไฮโซ, คุณหนู (เชิงเสียดสี)กันเอง/อาจฟังเป็นเชิงลบ
¡aguas!อา-กวัสระวัง!กันเอง (ไม่หยาบ)
เยอะเหมือนกันนะครับเนี่ย… แล้วผมควรเริ่มจำจากคำไหนก่อนดีครับ?
Kodak

คำถามดีมากครับ!

ถ้าจะเอาแค่ 4 คำที่ เจอบ่อยที่สุดจริงๆ ก็คือ güey / no mames / órale / chido ครับ

4 คำนี้ครอบคลุมบทสนทนาเม็กซิกันได้เกินครึ่ง เดี๋ยวเรามาเจาะลึกทีละคำกันเลยนะครับ

เจาะลึก 4 คำสแลงเม็กซิกันที่ใช้บ่อยที่สุด

1. güey / wey ⇒「เกวย์」= ไอ้เพื่อน (ราชาแห่งสแลงเม็กซิกัน)

ถ้าให้เลือกคำเดียวที่เป็นตัวแทนของสแลงเม็กซิกัน คำตอบคือ güey ครับ เขียนแบบไม่เป็นทางการว่า wey ก็ได้ (พจนานุกรม DEM ก็ชี้คำว่า wey กลับไปที่ güey เหมือนกัน)

güey ที่มาจาก “วัวตัวผู้”
พจนานุกรม RAE ระบุที่มาไว้สั้นๆ ว่า 「De buey.」(มาจากคำว่า buey)

bueyบวย)= วัวตัวผู้ที่ถูกตอนแล้ว ใช้ลากไถในไร่
↓(RAE เองก็ระบุว่า buey ในเม็กซิโก/กัวเตมาลา/นิการากัว = “คนโง่”)
↓(เสียง b เพี้ยนเป็น g ในภาษาพูด)
güey = ไอ้โง่ ⇒ แล้วค่อยๆ อ่อนลงจนกลายเป็น “ไอ้เพื่อน” ในหมู่วัยรุ่น

จุดที่ต้องเข้าใจคือ คำนี้มีหลายชั้นความหมาย และชั้นล่างสุดยังหยาบอยู่ ครับ พจนานุกรม DEM แยกไว้ชัดเจนเลยว่า

  • ความหมาย “คนแปลกหน้าที่ดูถูก” และ “คนโง่” ⇒ ติดป้ายว่า (Ofensivo) = คำที่ทำให้คนอื่นขุ่นเคือง
  • แต่ในหมู่วัยรุ่น ⇒ เป็น “วิธีดึงความสนใจของคู่สนทนาและแสดงความเป็นพวกเดียวกัน”
อ๋อ… คือคำเดียวกันแต่เป็นได้ทั้งคำด่าและคำเรียกเพื่อน ขึ้นอยู่กับว่าพูดกับใครใช่ไหมครับ?
Kodak

ใช่เลยครับ สรุปได้เก่งมาก!

เพราะฉะนั้นกฎง่ายๆ สำหรับผู้เริ่มต้นคือ 「ฟังให้ออก แต่ยังไม่ต้องรีบใช้เอง」 ครับ

รอจนสนิทกับคนเม็กซิกันจริงๆ แล้วค่อยใช้ จะปลอดภัยที่สุดนะครับ

ตัวอย่างการใช้ güey

・¿Qué onda, güey?
(ว่าไงเพื่อน? — คำทักทายสุดคลาสสิกของเม็กซิโก)
・No, güey, te aseguro que no lo supe.
(ไม่นะเพื่อน ผมยืนยันเลยว่าผมไม่รู้เรื่องนี้ — ตัวอย่างจากพจนานุกรม DEM)
・¡Qué güey soy, no traje el pasaporte!
(ฉันนี่โง่จริงๆ ลืมเอาพาสปอร์ตมา! — ตัวอย่างจาก DEM ในความหมาย “โง่”)

เรื่องการออกเสียง เครื่องหมายสองจุดบน ü (เรียกว่า diéresis) มีหน้าที่บอกว่า “ให้ออกเสียง u ตัวนี้ด้วยนะ” ครับ ถ้าไม่มีจุด (gue) จะอ่านว่า “เก” เฉยๆ แต่พอมีจุด (güe) จะกลายเป็น “กเว” ทันที

อ่านคำอธิบายแบบละเอียดของคำนี้ได้ที่ ⇒
güey (wey) แปลว่าอะไร? เจาะลึกความหมาย ที่มา และวิธีใช้ให้ไม่พลาด

2. no mames ⇒「โน มา-เมส」= ไม่จริงน่า! (คำหยาบระดับสูง)

คำนี้แรงที่สุดในบรรดา 4 คำครับ ต้องเตือนกันตั้งแต่ต้นเลยว่า เป็นคำหยาบจริงๆ ไม่ใช่แค่คำกันเอง

รูปเดิมของมันคือกริยา mamar ซึ่ง DEM แบ่งความหมายเป็น 2 กลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกคือความหมายปกติ “ดูดนมแม่” แต่กลุ่มที่สองติดป้ายว่า (Groser) = คำหยาบคาย และในกลุ่มนั้นเองที่มีสำนวน no mamar อยู่

DEM:no mamar =「ไม่พูดหรือทำสิ่งที่ไม่บันยะบันยังหรือไร้สาระ」พร้อมตัวอย่าง「No mames, pinche Héctor, estás diciendo mentiras」

ASALE (พจนานุกรมคำอเมริกันสเปน):mamar ในเม็กซิโกและโบลิเวีย =「พูดเกินจริง」ติดป้ายว่า vulg. (หยาบ)

แต่ผมเห็นในซีรีส์เขาพูดกันบ่อยมากเลยนะครับ… ดูเหมือนไม่ได้ซีเรียสอะไรเลย จริงๆ แล้วมันหยาบขนาดนั้นเลยเหรอครับ?
Kodak

เป็นคำถามที่ตรงจุดมากครับ!

ในกลุ่มเพื่อนสนิทวัยเดียวกัน มันก็เบาลงมากจริงๆ ครับ เหมือนคำหยาบไทยบางคำที่เพื่อนสนิทพูดกันได้

แต่ประเด็นคือ “ระยะห่างที่คนอื่นมีสิทธิ์ใช้” กับ “ระยะห่างที่ชาวต่างชาติมีสิทธิ์ใช้” ไม่เท่ากันครับ

เจ้าของภาษาพูดแล้วเป็นความสนิทสนม แต่ถ้าคนเรียนภาษาพูดผิดจังหวะ มันจะกลายเป็นความหยาบคายทันทีนะครับ

ทางออกที่ปลอดภัยคือ ให้ใช้ no manches(โน มัน-เชส)แทนครับ

พจนานุกรม ASALE บันทึกคำ manchar ในความหมายเม็กซิกันว่า “เกินเลย, ทำเกินไป” พร้อมติดป้ายว่า euf. (euphemism = คำเลี่ยง) ซึ่งเป็นหลักฐานทางพจนานุกรมชัดๆ ว่ามันคือ เวอร์ชันสุภาพที่ถูกสร้างขึ้นมาแทน no mames โดยตรง ครับ

เปรียบเทียบ 2 คำ

【หยาบ — ระวัง】
・¡No mames! ¿Ganaste la lotería?
(ไม่จริงน่า! นายถูกลอตเตอรี่เหรอ?)

【ปลอดภัย — แนะนำให้ใช้อันนี้】
・¡No manches! ¿Ganaste la lotería?
(ไม่จริงน่า! นายถูกลอตเตอรี่เหรอ? — ความหมายเดียวกัน แต่พูดต่อหน้าผู้ใหญ่ได้)

3. órale ⇒「โอ-รา-เล」= เอาเลย! / ตกลง! / ว้าว!

คำนี้เป็น คำอุทาน (interjección) ที่ใช้ได้สารพัดประโยชน์ และที่สำคัญคือ ไม่หยาบเลย ครับ เป็นคำที่ผู้เริ่มต้นเอาไปใช้ได้ทันทีอย่างสบายใจ

พจนานุกรม DEM แบ่งความหมายไว้ 4 แบบ ซึ่งครอบคลุมทุกสถานการณ์เลย

4 หน้าที่ของ ¡órale! (ตาม DEM)

1. กระตุ้นให้ทำอะไรสักอย่าง:「¡Órale, a trabajar!」= เอาละ ไปทำงานกันเถอะ!
2. ตอบตกลง:「—¿Nos echamos unos tacos? —¡Órale!」= “ไปกินทาโก้กันไหม” “เอาสิ!”
3. แสดงความประหลาดใจ:「¿Sacaste diez? ¡Órale!」= ได้เต็มสิบเหรอ? โห!
4. เรียกให้อีกฝ่ายหยุดสิ่งที่ทำอยู่:「¡Órale, órale, señorita!」= เฮ้ๆ คุณผู้หญิง!

คำเดียวแต่ใช้ได้ตั้ง 4 แบบเลยเหรอครับ! แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าอันไหนเป็นอันไหน…
Kodak

ดูจาก น้ำเสียงกับสถานการณ์ ครับ! ซึ่งจริงๆ ก็เหมือนคำว่า “เออ” หรือ “โอ้โห” ในภาษาไทยเลยนะครับ ที่ความหมายเปลี่ยนตามน้ำเสียง

เคล็ดลับคือ ให้จับแก่นกลางของมันไว้ว่า “ผลักพลังงานออกไปข้างหน้า” ครับ จะผลักให้คนอื่นลงมือทำ ผลักคำว่าตกลงออกไป หรือผลักความประหลาดใจออกมา ก็คือแรงเดียวกันหมด

ในแง่โครงสร้าง คำนี้น่าสนใจมากครับ เพราะประกอบจาก 2 ส่วน

ora(ซึ่ง RAE ระบุว่าเป็นรูปย่อของ ahora = “ตอนนี้”)+ -le(หางเสียงที่ใส่ท้ายคำอุทานแบบเม็กซิกัน)

และเพราะเติม -le เข้าไป พยางค์ก็เพิ่มขึ้นเป็น 3 พยางค์ จุดเน้นเสียงเลยถอยไปอยู่พยางค์ที่ 3 จากท้าย ซึ่งกฎสเปนบังคับให้ต้องเขียนเครื่องหมาย ´ กำกับ จึงกลายเป็น ó-ra-le นั่นเองครับ

ándaleอัน-ดา-เล)= andar (เดิน/ไป) + -le ⇒ “เร็วเข้า!” หรือ “ใช่เลย!”
※DEM บันทึกไว้ว่านอกจากใช้กระตุ้นแล้ว ยังใช้ในความหมาย「ใช่ ตรงนั้นแหละ」ได้ด้วย เช่น「¡Ándale, eso es lo que quiero!」

híjoleอี-โฆ-เล)= คำอุทานแสดงความตกใจหรือลำบากใจ “โอ้โห / แย่แล้ว”

สังเกตว่าทั้งสามคำมีเครื่องหมาย ´ อยู่ที่พยางค์แรกเหมือนกันหมดเลยครับ นี่คือลายเซ็นของคำอุทานตระกูล -le

4. chido ⇒「ชี-โด」= เจ๋ง! สวย! ดีมาก!

คำสุดท้ายเป็นคำที่น่ารักที่สุดครับ chido เป็นคำคุณศัพท์ที่แปลว่า “เจ๋ง / เท่ / ดีมาก” ตรงกับ cool ในภาษาอังกฤษเป๊ะๆ

DEM ให้คำจำกัดความว่า 「Que es bueno, bonito o apreciable」(ที่ดี สวย หรือน่าชื่นชม)ส่วน RAE แยกไว้ 2 ความหมาย คือ “สวย (lindo)” และ “ดีมาก (muy bueno)”

Kodak

คำนี้ผมแนะนำให้ผู้เริ่มต้นใช้เลยครับ! ไม่หยาบ ไม่มีความหมายซ่อน ใช้ผิดยากมาก

แถมยังเป็นคำคุณศัพท์ธรรมดา จึงผันตามเพศและพจน์ได้ปกติ ⇒ chido / chida / chidos / chidas นะครับ

โล่งอกไปที… มีคำที่ใช้ได้อย่างสบายใจบ้างก็ดีครับ แล้วคำนี้มาจากไหนเหรอครับ?
Kodak

อันนี้ต้องตอบตามตรงเลยครับว่า ยังไม่มีใครรู้แน่ชัด

ทั้ง RAE, DEM และ ASALE ต่างก็บันทึกความหมายไว้ครบ แต่ ไม่มีเล่มไหนระบุที่มาของคำนี้เลย ซึ่งต่างจาก güey ที่ RAE เขียนชัดว่า「De buey」นะครับ

บนอินเทอร์เน็ตมีสมมติฐานลอยอยู่หลายอัน แต่ในเมื่อพจนานุกรมยังไม่รับรอง ผมก็จะไม่พูดเหมือนว่ามันเป็นข้อเท็จจริงครับ

ตัวอย่างการใช้ chido

・¡Qué chido que les hayamos ganado!
(เจ๋งมากที่เราชนะพวกเขา! — ตัวอย่างจาก DEM)
・Una casa bien chida.
(บ้านที่เจ๋งมากๆ — ตัวอย่างจาก DEM ※ bien ในที่นี้ = “มากๆ”)
・Tu playera está muy chida.
(เสื้อยืดของนายเท่มากเลย)
・—¿Vamos al cine? —¡Está chido!
(”ไปดูหนังกันไหม” “ดีเลย!”)

ในความหมายเดียวกัน ยังมีคำว่า padreปา-เดร)ที่ใช้แทนกันได้แทบสนิทครับ

คำนี้แปลตรงตัวว่า “พ่อ” แต่ DEM บันทึกความหมายในภาษาพูดไว้ว่า “ดีมาก สนุกมาก คุณภาพดี” เช่น 「¡Qué padre casa!」(บ้านเจ๋งอะไรอย่างนี้!)และยังทำเป็นขั้นกว่าได้ด้วยว่า padrísimo(ปา-ดรี-ซี-โม)= “เจ๋งสุดๆ”

อ่านคำอธิบายแบบละเอียดของคำนี้ได้ที่ ⇒
chido แปลว่าอะไร? คำว่า “เจ๋ง” ของเม็กซิโก และวิธีผันใช้ให้ถูก

คำแสลงเม็กซิกันอื่นๆ ที่เจอบ่อยในชีวิตประจำวัน

4 คำหลักผ่านไปแล้ว คราวนี้มาดูคำที่เหลือแบบรวดเร็วกันครับ ผมจัดกลุ่มตามสถานการณ์ให้จำง่ายขึ้น

กลุ่มที่ 1: ทักทายและตอบรับ

  • ¿Qué onda?(เก โอน-ดา)⇒ “ว่าไง? / เป็นไงบ้าง?” DEM บันทึกไว้ตรงๆ ว่าเป็น “คำทักทายแบบไม่เป็นทางการ” คำว่า onda เดิมแปลว่า “คลื่น” แต่ในภาษาพูดกลายเป็น “บรรยากาศ / สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น” ครับ
  • Buena onda / mala ondaบเว-นา โอน-ดา)⇒ “คนดี๊ดี / แย่จัง” ใช้ประเมินคนหรือเหตุการณ์ เช่น「Esa maestra es muy buena onda」= ครูคนนั้นนิสัยดีมาก
  • ¡Aguas!อา-กวัส)⇒ “ระวัง!” แปลตรงตัวว่า “น้ำทั้งหลาย” แต่ DEM บันทึกว่าเป็นคำเตือนภัย เช่น「¡Aguas! Ahí viene la policía」= ระวัง! ตำรวจมาแล้ว

กลุ่มที่ 2: เรียกคนและความสัมพันธ์

  • carnal(การ์-นัล)⇒ “พี่ชาย / เพื่อนซี้” เดิมเป็นคำที่แปลว่า “ร่วมสายเลือด” (เช่น hermano carnal = พี่น้องแท้ๆ) DEM จึงบันทึกความหมายในภาษาพูดว่าทั้ง “พี่น้อง” และ “เพื่อน” คำนี้เน้นเสียงที่พยางค์หลัง เพราะลงท้ายด้วย -l ตามกฎข้อ 2 นะครับ
  • cuateกวา-เต)⇒ “เพื่อน / หมอนี่” เดิมแปลว่า “ฝาแฝด” DEM บันทึกว่าใช้เรียกทั้ง “เพื่อน” และ “คนทั่วไป” และสำนวน「ser cuate」ยังแปลว่า “เป็นคนดี น่าไว้ใจ” ได้ด้วย
  • fresaเฟร-ซา)⇒ “พวกไฮโซ / คุณหนู” เดิมแปลว่า “สตรอว์เบอร์รี” DEM ให้ความหมายว่า “คนที่มาจากชนชั้นที่มีอภิสิทธิ์” และ “คนที่ไม่กล้าแหกกฎ มีรสนิยมอนุรักษนิยม” ส่วนใหญ่มีนัยเชิงเสียดสี ระวังการใช้ด้วยนะครับ

กลุ่มที่ 3: ชีวิตประจำวัน

  • netaเน-ตา)⇒ “ความจริง / จริงดิ?” ใช้เป็นได้ทั้งคำนามและคำวิเศษณ์ เช่น「Neta, yo lo vi」= จริงๆ นะ ฉันเห็นมันกับตา และสำนวน「ser la neta」= “เจ๋งที่สุด สุดยอด”
  • chambaชัม-บา)⇒ “งาน” ใช้แทน trabajo ได้เลย เช่น「Está sin chamba」= เขาตกงานอยู่
  • lanaลา-นา)⇒ “เงิน” แปลตรงตัวว่า “ขนแกะ” เช่น「No tengo nada de lana」= ผมไม่มีเงินเลย
  • chelaเช-ลา)⇒ “เบียร์” เช่น「Vamos a tomarnos una chela」= ไปดื่มเบียร์กันเถอะ
  • crudo / crudaกรู-โด/กรู-ดา)⇒ “เมาค้าง” เดิมแปลว่า “ดิบ” แต่ DEM บันทึกสำนวน「estar crudo」ว่าคือการรู้สึกไม่สบายเพราะดื่มหนักเมื่อคืน
น่าสนใจจังครับ! สังเกตว่าหลายคำเป็นคำธรรมดาที่ถูกเอามาใช้ในความหมายใหม่ เช่น ขนแกะ = เงิน, สตรอว์เบอร์รี = พวกไฮโซ
Kodak

สังเกตได้เฉียบมากครับ! นี่แหละคือหัวใจของสแลงเลย

สแลงส่วนใหญ่ไม่ได้สร้างคำใหม่ขึ้นมาจากศูนย์ แต่เกิดจากการ “หยิบคำเดิมมาใส่ความหมายใหม่” ครับ

ดังนั้นเวลาเจอคำที่รู้จักแต่แปลแล้วไม่เข้าเรื่อง ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่ามันอาจเป็นสแลง นะครับ

ใช้ตอนไหนได้ ตอนไหนไม่ได้? เส้นแบ่งที่ต้องรู้

ส่วนนี้สำคัญไม่แพ้การจำคำศัพท์เลยครับ เพราะ “รู้คำ” กับ “ใช้เป็น” คนละเรื่องกัน

ผมจัดกลุ่มคำทั้งหมดในบทความนี้ตามระดับความปลอดภัยไว้ให้แล้ว โดยอ้างอิงจากป้ายกำกับในพจนานุกรมจริงครับ

ระดับความปลอดภัยของสแลงเม็กซิกัน

【ระดับ A|ผู้เริ่มต้นใช้ได้เลย】
órale / ándale / chido / padre / ¿qué onda? / ¡aguas! / chela / chamba
⇒ พจนานุกรมติดป้ายแค่ “Popular / ภาษาพูด” ไม่มีป้ายว่าหยาบหรือทำร้ายจิตใจ

【ระดับ B|ใช้ได้เมื่อสนิทกันแล้ว】
güey / carnal / cuate / neta / lana / crudo / no manches
⇒ ปลอดภัยในกลุ่มเพื่อน แต่ไม่เหมาะกับที่ทำงานหรือคนที่เพิ่งเจอ

【ระดับ C|ยังไม่ควรใช้เอง】
no mames
⇒ DEM ติดป้ายว่า (Groser) และ ASALE ติดป้ายว่า vulg. ⇒ ฟังให้ออกพอครับ

เข้าใจแล้วครับ! แล้วในสถานการณ์แบบไหนที่ควรเลิกใช้สแลงไปเลยครับ?
Kodak

จำง่ายๆ ครับ ⇒ สัมภาษณ์งาน / อีเมลธุรกิจ / คุยกับผู้สูงอายุที่เพิ่งเจอ / เอกสารทางการเลี่ยงทั้งหมด

ในสถานการณ์พวกนี้ให้กลับไปใช้คำมาตรฐานครับ เช่น chido ⇒ genial / excelente, chamba ⇒ trabajo, lana ⇒ dinero แบบนี้นะครับ

เรื่องพื้นที่: สแลงพวกนี้ใช้นอกเม็กซิโกได้ไหม?

ต้องแยกเป็นรายคำครับ เพราะพจนานุกรมระบุขอบเขตไว้ไม่เหมือนกัน

  • órale ⇒ กว้างที่สุด RAE ระบุว่าใช้ใน เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส และเม็กซิโก ส่วน ASALE ก็ระบุ 4 ประเทศเดียวกัน
  • güey ⇒ ASALE ระบุความหมาย “คนโง่” ไว้ที่ เม็กซิโก เอลซัลวาดอร์ นิการากัว แต่ความหมาย “เพื่อนซี้” ระบุไว้ที่ เม็กซิโกประเทศเดียว
  • chido ⇒ แคบที่สุด ทั้ง RAE และ ASALE ระบุว่า เม็กซิโกเท่านั้น
Kodak

สรุปคือ ยิ่งคำไหน “เม็กซิกันจ๋า” มาก ก็ยิ่งใช้นอกประเทศไม่ได้มาก ครับ

แต่ไม่ต้องกังวลไปนะครับ เพราะสื่อบันเทิงเม็กซิกันแรงมาก คนละตินอเมริกาส่วนใหญ่เลย “ฟังออก” แม้จะไม่พูดเอง ครับ

สรุป: สแลงเม็กซิกันและคำอ่านไทยพร้อมจุดเน้นเสียง

สรุปเนื้อหาทั้งหมดของบทความนี้ครับ

กฎเน้นเสียง 3 ข้อ ⇒ ①ลงท้ายด้วยสระ/-n/-s = เน้นพยางค์รองสุดท้าย ②ลงท้ายด้วยพยัญชนะอื่น = เน้นพยางค์สุดท้าย ③มีเครื่องหมาย ´ = เน้นตรงนั้น
ภาษาสเปนไม่มีวรรณยุกต์ ⇒ อ่านคำอ่านไทยด้วยเสียงสามัญ แล้วแค่ออกแรงหนักตรงพยางค์ที่กำหนด
เสียง r ⇒ r เดี่ยว = กระดกครั้งเดียว, rr = รัวลิ้น คนไทยทำได้อยู่แล้ว แค่อย่าเผลอออกเป็น ล
4 คำที่ต้องรู้ก่อน ⇒ güey(ไอ้เพื่อน)/no mames(ไม่จริงน่า・หยาบ)/órale(เอาเลย・ตกลง・ว้าว)/chido(เจ๋ง)
เส้นแบ่งความสุภาพ ⇒ órale กับ chido ใช้ได้เลย, güey รอให้สนิทก่อน, no mames ฟังให้ออกพอ
ชัดเจนมากเลยครับ! รู้สึกว่าคราวหน้าดูซีรีส์เม็กซิกันน่าจะฟังออกมากขึ้นเยอะเลย
Kodak

ดีใจที่ได้ยินแบบนั้นครับ!

เคล็ดลับสุดท้ายนะครับ ⇒ เวลาดูซีรีส์ ลองตั้งใจฟังแค่ 4 คำนี้ก่อน พอจับได้แล้ว หูจะเริ่มแยกคำอื่นๆ ออกเองโดยอัตโนมัติเลยครับ

ค่อยๆ ไปทีละก้าวนะครับ สู้ๆ!

อ่านต่อ: บทความเจาะลึกรายคำ

แต่ละคำในกลุ่มหลัก 4 คำ ผมเขียนบทความแยกอธิบายละเอียดไว้แล้วครับ อยากเข้าใจลึกกว่านี้ ตามไปอ่านได้เลย

【คลัสเตอร์: สแลงเม็กซิกันพื้นฐาน】

  • güey / wey แปลว่าอะไร? — ที่มาจากคำว่า buey, ความต่างของ güey กับ wey, และเส้นแบ่งระหว่าง “คำด่า” กับ “คำเรียกเพื่อน”
  • no mames แปลว่าอะไร? — ระดับความหยาบที่แท้จริง, ความสัมพันธ์กับกริยา mamar และคำเลี่ยงที่ใช้แทนได้
  • órale แปลว่าอะไร? — 4 ความหมายจากพจนานุกรม, โครงสร้าง ora + -le และวิธีแยกความหมายจากน้ำเสียง
  • chido แปลว่าอะไร? — ความหมาย “เจ๋ง” ของเม็กซิโก, การผัน chido/chida/chidos/chidas และความต่างจาก padre

※ส่วนคำว่า no manches และ ándale ที่พูดถึงในบทความนี้ ผมกำลังเตรียมบทความแยกอยู่ครับ รอติดตามกันได้เลย

เอกสารอ้างอิง
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua españolahttps://dle.rae.es/)」— รายการคำ güey, chido, órale, mamar, buey, ora
「El Colegio de México, Diccionario del Español de México (DEM)https://dem.colmex.mx/)」— รายการคำ güey, chido, órale, mamar, andar, neta, chamba, onda, padre, carnal, cuate, chela, lana, crudo, fresa, agua
「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismoshttps://www.asale.org/damer/)」— รายการคำ güey, chido, ¡órale!, mamar, manchar
Aerial view of city lights and mountains at dusk
ติดตามข้อมูลล่าสุดกันเถอะ!