สแลงสเปนคำแรกที่เราจะเรียนกันวันนี้คือ ”güey” ครับ!
ถ้าคุณเปิดหนังเม็กซิกันหรือคลิปยูทูบของคนเม็กซิโกดูสัก 3 นาที รับรองว่าจะได้ยินคำนี้อย่างน้อยสิบครั้งนะครับ
รากของมันมาจากคำว่า buey ที่แปลว่า “วัวตัวผู้ที่ถูกตอนแล้ว” ภาพหลักของคำนี้คือ “เจ้าตัวเชื่องๆ ที่เดินต้วมเตี้ยม” ซึ่งกลายมาเป็น ”güey” = “ไอ้โง่” และ “เพื่อนเกลอ / เฮ้ยแก” ในภาษาปากของเม็กซิโกครับ
güey แปลว่าอะไร? ภาพหลักคือ “วัวตอนที่เดินต้วมเตี้ยม”
”güey” (คำนาม/คำคุณศัพท์ ภาษาปากของเม็กซิโก) แปลว่า “คนโง่ คนทึ่ม” “หมอนั่น (คนที่เราไม่รู้จักชื่อ)” และในหมู่วัยรุ่นคือ “เพื่อน เกลอ เฮ้ยแก” ครับ
พจนานุกรมของราชบัณฑิตยสภาสเปน (RAE) เขียนไว้สั้นมากว่า “De buey. m. Méx. Persona tonta.” คือ “มาจากคำว่า buey ใช้ในเม็กซิโก หมายถึงคนโง่” เท่านั้น แต่ความจริงในชีวิตประจำวันมันกว้างกว่านั้นเยอะครับ
ลองดูพจนานุกรม Diccionario del español de México (DEM) ซึ่งเป็นพจนานุกรมภาษาสเปนของเม็กซิโกโดยเฉพาะสิครับ อันนี้ละเอียดกว่ามาก
เขาแบ่ง ”güey” ออกเป็น 5 ความหมาย โดยไล่จาก “วัวตอน” จริงๆ ไปจนถึง “คำที่วัยรุ่นใช้ดึงความสนใจของคู่สนทนา” เลยนะครับ
”güey” ในพจนานุกรม DEM (สรุป)
1. Buey → วัวตอน (ความหมายดั้งเดิม)
2. (คำที่อาจทำให้ขุ่นเคือง) คนแปลกหน้าที่เรามองแบบดูแคลน → “หมอนั่น”
3. (คำที่อาจทำให้ขุ่นเคือง) คนโง่ คนทึ่ม
4. de güey → “แบบโง่ๆ” “ทำตัวงี่เง่า”
5. ในหมู่วัยรุ่น = วิธีรั้งความสนใจของคู่สนทนาและแสดงความเป็นพวกเดียวกัน※ อ้างอิง「Diccionario del español de México (El Colegio de México)」
สังเกตข้อ 5 นะครับ พจนานุกรมถึงกับต้องเขียนแยกไว้ว่า “ไม่ได้แปลว่าอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ใช้เพื่อรั้งคู่สนทนาไว้กับเรา” นี่คือหน้าที่ที่คนเม็กซิกันใช้บ่อยที่สุดในชีวิตจริงเลยครับ
ส่วน Diccionario de americanismos ของสมาคมราชบัณฑิตยสภาภาษาสเปน (ASALE) เพิ่มความหมายที่อบอุ่นกว่านั้นเข้ามาอีกข้อหนึ่ง คือ “amigo inseparable, compañero” หรือ “เพื่อนซี้ที่แยกกันไม่ออก” ครับ
งงเลยครับ คำเดียวเป็นได้ทั้ง “ไอ้โง่” และ “เพื่อนซี้” เนี่ยนะ?
เข้าใจว่างงครับ แต่ภาษาไทยก็มีแบบเดียวกันนะครับ
คำว่า “ไอ้บ้า” ถ้าพูดกับคนแปลกหน้าคือทะเลาะกันแน่ แต่ถ้าพูดกับเพื่อนสนิทกลับกลายเป็นคำเอ็นดู ตัวคำไม่ได้เปลี่ยนเลย สิ่งที่เปลี่ยนคือ “ระยะห่างระหว่างคนสองคน” ครับ ”güey” ก็ทำงานแบบนั้นเป๊ะเลย
เพราะฉะนั้น ถ้าจะจับแก่นของคำนี้ให้ได้ในประโยคเดียว ผมอยากให้จำแบบนี้ครับ
”güey” = “คำที่ประกาศว่าเราไม่ต้องรักษาระยะห่างกับคนตรงหน้าแล้ว”
⇒ ถ้าอีกฝ่ายเป็นพวกเดียวกัน = “เพื่อน / เฮ้ยแก”
⇒ ถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่พวกเดียวกัน = “ไอ้หมอนั่น / ไอ้โง่”
güey อ่านว่าอะไร? จุดที่คนไทยพลาดคือ “เผลอใส่วรรณยุกต์”
ตรงนี้สำคัญที่สุดสำหรับคนไทยครับ ผมขอใช้พื้นที่ยาวหน่อยนะครับ
”güey” มีแค่ 1 พยางค์ครับ ไม่ใช่สอง ไม่ใช่สาม เสียงของมันคือ /gwei/ ซึ่งถ้าเทียบตัวไทยแบบหยาบๆ ก็คือ “เกวย” (ออกรวดเดียวจบ) และเวลาคนเม็กซิกันพูดเร็วๆ เสียง g ตอนต้นมักจะหายไป เหลือแค่ /wei/ หรือ “เวย” ครับ
สังเกตนะครับว่าผม จงใจไม่ใส่วรรณยุกต์ ในคำว่า “เกวย” กับ “เวย”
เพราะ ภาษาสเปนไม่ใช่ภาษาที่มีเสียงวรรณยุกต์ครับ จะพูดเป็นเสียงสามัญ เสียงเอก หรือเสียงโท ความหมายก็ไม่เปลี่ยน มันไม่ใช่ตัวแปรของภาษาเลย
อ๋อ… แล้วที่เห็นเขียน “เว้ย” กับ “เหว่ย” ในเน็ตนี่คืออะไรครับ?
นั่นคือคนไทยพยายามถอดเสียงด้วยหูแบบไทยครับ ซึ่งก็ไม่ผิดในแง่ที่ว่ามันสื่อสารรู้เรื่อง
แต่ถ้าคุณ จำวรรณยุกต์นั้นติดหัวไปเลย จะเกิดปัญหาตามมาทีหลังครับ เพราะพอไปเจอคำสเปนคำอื่น คุณจะเริ่มแปะวรรณยุกต์มั่วไปหมด แล้วสำเนียงจะเพี้ยนแบบแก้ยากนะครับ
สิ่งที่ภาษาสเปนมีคือ “เสียงหนัก (acento)” ไม่ใช่ “เสียงสูงต่ำ”
ภาษาไทยแยกความหมายด้วยระดับเสียง เช่น “ขาว / ข่าว / ข้าว” เป็นคนละคำกันทั้งหมด
แต่ภาษาสเปนใช้กลไกคนละอย่างครับ สิ่งที่ภาษาสเปนมีคือ “พยางค์ที่ถูกเน้น” (sílaba tónica) ซึ่งวัดกันที่ ความดังและความยาว ไม่ใช่ระดับเสียงสูงต่ำ
“วรรณยุกต์” กับ “เสียงหนัก” ต่างกันตรงไหน
●วรรณยุกต์ (ไทย) = ระดับเสียงสูง-ต่ำ-ขึ้น-ลง
⇒ เปลี่ยนแล้ว ความหมายเปลี่ยน (ขาว → ข่าว → ข้าว)
●เสียงหนัก (สเปน) = พยางค์ไหนถูกออกแรงดันลมมากที่สุด
⇒ เปลี่ยนแล้ว ความหมายอาจเปลี่ยน (papá พ่อ / papa มันฝรั่ง) แต่ ระดับเสียงสูงต่ำไม่เกี่ยว
※ พูด papá ด้วยเสียงสูงหรือเสียงต่ำ ก็ยังแปลว่า “พ่อ” เหมือนเดิมครับ ขอแค่เน้นแรงที่พยางค์หลัง
แล้วข่าวดีของคำว่า ”güey” ก็คือ… มันมีพยางค์เดียว เพราะฉะนั้นเสียงหนักก็มีที่เดียว ครับ!
ไม่ต้องเลือก ไม่ต้องจำ ไม่ต้องกลัวเน้นผิดที่เลยนะครับ ออกแรงลงไปทีเดียวจบ
โล่งอกเลยครับ งั้นก็แค่พูดรวดเดียวห้ามแยกเป็น “กู-เอย์” ใช่ไหมครับ?
ถูกต้องเลยครับ! นั่นคือกับดักข้อที่สอง
เพราะเห็นตัวอักษรเรียงกันตั้ง 4 ตัว (g-ü-e-y) หลายคนเลยเผลอลากเป็นสองพยางค์ แต่จริงๆ แล้ว üey ทั้งก้อนคือสระผสมก้อนเดียว ครับ ลองนึกถึงคำอังกฤษว่า “way” แล้วเติม g เบาๆ ข้างหน้าดูนะครับ
จุดสองจุดบน ü คืออะไร? (คำเตือน: ไม่ใช่วรรณยุกต์)
คนไทยที่เพิ่งเริ่มเรียนมักจะเห็นจุดสองจุดข้างบนตัว u แล้วคิดว่าเป็นเครื่องหมายกำกับเสียงแบบวรรณยุกต์ครับ แต่ไม่ใช่เลย
เครื่องหมายนี้เรียกว่า diéresis (บางทีเรียก crema) และหน้าที่ของมันตรงไปตรงมามากครับ
ในภาษาสเปน ปกติแล้ว gue และ gui จะ ไม่ออกเสียงตัว u ครับ ตัว u ตัวนั้นมีไว้เพื่อบังคับให้ g เป็นเสียง /g/ เฉยๆ ไม่ได้มีไว้ให้อ่าน
- guerra (สงคราม) → อ่านว่า “เก-ร์รา” ไม่ใช่ “กู-เอร์รา”
- guitarra (กีตาร์) → อ่านว่า “กี-ตาร์รา” ไม่ใช่ “กู-อี-ตาร์รา”
ทีนี้ ถ้าอยากให้อ่านตัว u ด้วยล่ะ? ก็ต้องแปะจุดสองจุดลงไปครับ นั่นคือหน้าที่เดียวของ ü
・guerra = เก-ร์รา / vergüenza (ความอาย) = เบร์-กเวน-ซา
・guitarra = กี-ตาร์รา / pingüino (เพนกวิน) = ปิน-กวี-โน
⇒ พอมี ü ตัว u ก็ “ฟื้นคืนชีพ” กลายเป็นเสียง /w/ ครับ
⇒ ดังนั้น güey จึงเป็น /gwei/ ไม่ใช่ /gei/
ราชบัณฑิตยสภาสเปนอธิบายเรื่องนี้ไว้ในพจนานุกรมข้อสงสัย (DPD) ว่า diéresis ถูกวางไว้บนตัว u “เพื่อบอกว่าสระตัวนี้ต้องออกเสียงในชุด gue และ gui” ครับ ชัดเจนมาก
อ๋อ… งั้นจุดสองจุดนี่ก็เหมือน “สวิตช์เปิดเสียง u” ไม่ได้เกี่ยวกับสูงต่ำเลยสินะครับ
เปรียบเทียบได้เห็นภาพมากครับ! และขอเสริมอีกสองข้อที่คนมักเข้าใจผิดนะครับ
・ü ของสเปน ≠ ü ของเยอรมัน (เยอรมันเป็นสระห่อปาก แต่สเปนคือ /u/ ธรรมดา)
・ü ไม่ได้แปลว่าเสียงยาว ไม่ต้องลากเสียงนะครับ
güey กับ wey ต่างกันยังไง? คำตอบคือ “ความหมายเหมือนกันเป๊ะ”
นี่เป็นคำถามที่คนค้นหากันเยอะมากครับ และคำตอบคือ güey กับ wey เป็นคำเดียวกัน ความหมายไม่ต่างกันแม้แต่นิดเดียว ต่างกันแค่ “วิธีสะกด” เท่านั้น
ถ้าจะให้แยกจริงๆ ผมมองว่ามันต่างกันที่ “คำนี้อยู่ที่ไหน” ครับ
เจอในพจนานุกรม หนังสือ หรือซับไตเติล → มักจะเป็น güey
เจอในแชท ทวิตเตอร์ หรือคอมเมนต์ยูทูบ → เกือบร้อยทั้งร้อยเป็น wey ครับ
4 วิธีสะกดที่เจอได้จริง
●güey:รูปมาตรฐาน ตรงตามที่มาของคำ (buey) เป็นรูปที่พจนานุกรม RAE และ DEM เก็บไว้
●wey:เขียนตามเสียงที่ได้ยินจริง นิยมสุดในแชทและโซเชียล
●we:ตัดให้สั้นที่สุด เจอในแชทระหว่างเพื่อนสนิท
●guey:คนขี้เกียจหาปุ่ม ü บนคีย์บอร์ด ⇒ ตามกฎการอ่านจริงๆ แล้วต้องอ่านว่า “เก” นะครับ
แล้วถ้าผมต้องเขียนเอง ควรเลือกอันไหนดีครับ?
แยกตามสถานการณ์เลยครับ
งานเขียน การบ้าน ข้อสอบ หรือเวลาอ้างอิงเป็นคำศัพท์ → güey
แชทกับเพื่อนชาวเม็กซิกัน → wey ได้สบายมากครับ ไม่มีใครหาว่าเขียนผิด
เรื่องนี้ทาง RAE เคยตอบคำถามผู้ใช้ไว้ตรงๆ ด้วยครับ
«El “Diccionario del español de México” registra también la forma “wey” (grafía no justificada etimológicamente, aunque documentada en el uso moderno), pero en su entrada remite a “güey”, que considera preferible.»
คำแปล:พจนานุกรม “Diccionario del español de México” เก็บรูป “wey” ไว้ด้วย (เป็นการสะกดที่ไม่มีที่มาทางนิรุกติศาสตร์รองรับ แม้จะมีบันทึกการใช้ในยุคปัจจุบัน) แต่ในรายการคำนั้นก็ชี้กลับไปยัง “güey” ซึ่งถือว่าเป็นรูปที่ควรใช้มากกว่า
※ อ้างอิง「RAE (@RAEinforma) #RAEconsultas」
ที่เขาบอกว่า “ไม่มีที่มารองรับ” ก็เพราะคำนี้สืบสาวไปถึงคำว่า buey ครับ ตัว g ที่โผล่มามันแปลงร่างมาจาก b เพราะฉะนั้นการเขียนด้วย w จึงตัดร่องรอยประวัติศาสตร์ของคำทิ้งไปหมด (เดี๋ยวเราจะเจาะเรื่องนี้กันในหัวข้อเรื่องที่มาของคำครับ)
ระดับความสนิทของ güey เทียบกับภาษาไทย: “มึง” หรือ “แก”
ถ้าเปิดพจนานุกรมอังกฤษ-สเปน คุณจะเจอคำแปลว่า “dude” ครับ ซึ่งก็ไม่ผิด แต่ผมว่าคำแปลนั้นทำให้คนไทยประเมินระยะห่างผิดพลาดได้ง่ายมาก
ตำแหน่งจริงๆ ของ ”güey” ในสังคมเม็กซิกัน ใกล้เคียงกับคำไทยพวกนี้มากกว่าครับ
”güey” ≈ “มึง” / “แก” / “ไอ้เพื่อน”
⇒ ไม่ใช่คำหยาบระดับต้องเซ็นเซอร์ แต่ เป็นคำที่ใช้ผิดคนแล้วเสียมารยาททันที
ลองคิดตามนะครับ คนไทยเราพูดคำว่า “มึง” กับเพื่อนสนิทได้สบายมาก บางทีเป็นการแสดงความสนิทด้วยซ้ำ
แต่ถ้าพูดกับอาจารย์ กับหัวหน้า หรือกับลูกค้า… จบเห่ทันทีใช่ไหมครับ ”güey” มีเงื่อนไขเดียวกันเป๊ะเลย
เข้าใจเลยครับ แต่เวลาไปเที่ยวจริง ผมจะรู้ได้ยังไงว่าใครพูดด้วยได้ครับ?
มีกฎง่ายๆ ข้อเดียวครับ: “รอให้อีกฝ่ายพูด wey ใส่เราก่อน”
ถ้าเขาเรียกเรา wey เมื่อไหร่ แปลว่าประตูเปิดแล้ว ตอบกลับไปได้เลยครับ แต่ถ้าเขายังไม่พูด ก็อย่าเพิ่งเริ่มก่อนนะครับ วิธีนี้ปลอดภัย 100%
คนที่ห้ามใช้ด้วยเด็ดขาด
DEM ติดป้ายกำกับว่า (Ofensivo) คือ “อาจทำให้ขุ่นเคือง” ไว้ที่ความหมาย “คนแปลกหน้า” และ “คนโง่” ครับ นั่นแปลว่าคำนี้ยังมีเขี้ยวเล็บอยู่ ไม่ได้จืดสนิท
- หัวหน้า / อาจารย์ / หมอ / ตำรวจ ⇒ ห้ามเด็ดขาด
- ผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่ามาก ⇒ เด็กพูดใส่ผู้ใหญ่ถือว่าไม่มีมารยาท
- ลูกค้า / คู่ค้าทางธุรกิจ ⇒ ดูไม่เป็นมืออาชีพทันที
- คนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก ⇒ เสี่ยงสูง รอดูท่าทีก่อน
อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ “น้ำเสียง” ครับ คำเดียวกันแต่โทนต่างกัน ผลลัพธ์คนละเรื่องเลย
น้ำเสียงเปลี่ยน ความหมายพลิก
●¡Hola, wey! (เสียงสดใส ยิ้มแย้ม)
「เฮ้ย ไอ้เพื่อน!」⇒ ทักทายเพื่อนธรรมดา
●¿Qué te pasa, güey? (เสียงต่ำ เสียงแข็ง)
「มึงเป็นอะไรของมึงวะ?」⇒ กำลังจะมีเรื่องกันแล้ว
※ ข้อดีคือน้ำเสียงแบบนี้เป็นสิ่งที่คนไทยจับได้ไม่ยากครับ เพราะเราคุ้นกับการฟังโทนเสียงอยู่แล้ว
อ้อ แล้วมีอีกเรื่องที่หลายคนถามครับ: ผู้หญิงพูดคำนี้ได้ไหม?
ได้ครับ ใช้กันทั่วไปเลย และคำนี้ ไม่มีรูปเพศหญิง ด้วย (ไม่มีคำว่า güeya) ผู้หญิงเรียกผู้หญิงด้วยกันว่า güey ก็ปกติมากครับ พหูพจน์คือ güeyes นะครับ
5 วิธีใช้ güey ที่เจอบ่อยที่สุดในชีวิตจริง
ทีนี้มาดูของจริงกันครับ ผมเรียงจากที่เจอบ่อยที่สุดลงมานะครับ
1. เรียกคู่สนทนา (เจอบ่อยที่สุด)
วางไว้ท้ายประโยคหรือต้นประโยคก็ได้ ทำหน้าที่เหมือน “แก” หรือ “เพื่อน” ในภาษาไทยครับ
【ตัวอย่างประโยค】
・¿Qué onda, güey?
(เป็นไงบ้างวะเพื่อน?)
・No, güey, no pude ir.
(ไม่ได้ไปว่ะแก ไปไม่ได้จริงๆ)
2. พูดถึงคนที่ไม่รู้จักชื่อ
ตรงกับ “ไอ้หมอนั่น” หรือ “ผู้ชายคนนั้น” ในภาษาไทย ใช้ตอนที่เราไม่รู้หรือไม่สนใจว่าเขาชื่ออะไรครับ
【ตัวอย่างประโยค】
・Había un güey parado en el zoológico.
(มีหมอนั่นยืนอยู่ในสวนสัตว์)※ ตัวอย่างจากพจนานุกรม「Diccionario del español de México」
3. ด่าว่าโง่ (รวมถึงด่าตัวเอง)
ความหมายดั้งเดิมที่ RAE บันทึกไว้ครับ และที่น่าสนใจคือคนเม็กซิกันใช้ด่าตัวเองบ่อยมาก
【ตัวอย่างประโยค】
・¡Qué güey soy, no traje el pasaporte!
(กูโง่ชะมัด ลืมเอาพาสปอร์ตมา!)
・No seas güey.
(อย่าทำตัวโง่ๆ สิ)
4. ¡Ay, güey! — อุทานตกใจ
Diccionario de americanismos ของ ASALE เก็บรูปอุทาน ¡güey! และ ¡ay, güey! ไว้เป็นรายการแยกต่างหากเลยครับ ใช้แสดงความประหลาดใจ ความไม่อยากเชื่อ หรือความเจ็บ
【ตัวอย่างประโยค】
・¡Ay, güey! ¿Neta?
(โห! จริงดิ?)※ ตอนนี้ ”güey” ไม่ได้ชี้ไปที่ใครแล้ว มันกลายเป็นเสียงอุทานล้วนๆ ครับ
5. คำเติมกลางประโยค
นี่คือความหมายข้อ 5 ของ DEM ครับ ไม่ได้แปลอะไรเลย แต่ทำหน้าที่ “ตรึงคู่สนทนาไว้กับเรา” และประกาศว่า “เราเป็นพวกเดียวกันนะ”
【ตัวอย่างประโยค】
・¡No, güey, te aseguro que no lo supe!
(ไม่ใช่ว่ะแก กูยืนยันเลยว่ากูไม่รู้เรื่อง!)※ ลองตัด güey ออกดูครับ ความหมายไม่เปลี่ยนเลย แต่ความรู้สึก “เป็นพวกเดียวกัน” จะหายไปทันที
แบบนี้ก็เหมือนคำว่า “อ่ะ” หรือ “ว่ะ” ที่คนไทยชอบใส่ท้ายประโยคเลยนี่ครับ
ตรงเผงเลยครับ! หน้าที่ของมันคือ “สร้างบรรยากาศ” ไม่ใช่ “ส่งข้อมูล”
และเพราะแบบนี้แหละครับ คนเม็กซิกันบางคนถึงพูด wey ทุกๆ สองสามประโยค จนคนต่างชาติงงว่าทำไมพูดบ่อยขนาดนั้น
สำนวนที่ต้องรู้: hacerse güey
Diccionario de americanismos บันทึกสำนวนที่แตกออกมาจากคำนี้ไว้หลายตัว ที่ใช้บ่อยที่สุดคือ hacerse güey ครับ
・hacerse güey
(ทำตัวเป็น güey = แกล้งโง่ แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เลี่ยงความรับผิดชอบ)
※ เช่นตอนถึงคิวล้างจานแล้วแกล้งก้มเล่นมือถือ อันนั้นแหละครับ hacerse güey
・hacer güey a alguien
(ทำให้ใครกลายเป็น güey = หลอกเขา ต้มเขา)
・de güey
(แบบโง่ๆ / เพราะความงี่เง่าของตัวเอง)
ที่มาของ güey: จาก “วัวตอน” สู่ “เพื่อนซี้”
มาถึงส่วนที่ผมชอบที่สุดครับ นั่นคือประวัติของคำนี้
อย่างที่ RAE เขียนไว้ตั้งแต่บรรทัดแรกว่า “De buey” ⇒ ”güey” มาจาก buey ซึ่งแปลว่า “วัวตัวผู้ที่ถูกตอนแล้ว” ครับ
ลองนึกภาพเทียบกันนะครับ
toro(วัวกระทิง)= ดุ ทรงพลัง พุ่งชนคนในสนามสู้วัว
buey(วัวตอน)= เชื่อง เงียบ เดินลากคันไถไปช้าๆ ทั้งวัน
พอเอามาด่าคน ภาพที่ติดมาก็คือ “เชื่องช้า ไม่ทันเกม ไม่ฉลาด” ครับ
คำว่า buey เองก็สืบไปถึงภาษาละติน bos, bovis (วัว) ครับ ซึ่งเป็นรากเดียวกับคำอังกฤษอย่าง bovine (เกี่ยวกับวัว) นั่นเอง
ทำไม b ถึงกลายเป็น g?
คำถามที่น่าสนใจที่สุดคือ bwei → gwei ได้ยังไงครับ
คำตอบคือปรากฏการณ์ทางเสียงที่เรียกว่า “การกลายเป็นเสียงเพดานอ่อน” (velarización) ครับ
เสียง b เกิดที่ริมฝีปาก ส่วนเสียง /w/ ที่ตามมาต้องยกโคนลิ้นไปข้างหลัง พอสองเสียงนี้อยู่ติดกัน เสียงหน้าก็เลยถูกดึงไปด้านหลังตามครับ ผลคือ b กลายเป็น g
ฟังดูซับซ้อนจัง มีคำอื่นที่เป็นแบบเดียวกันอีกไหมครับ?
เพียบเลยครับ! และนี่คือหลักฐานว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
・abuelo(ปู่)→ พูดกันว่า agüelo
・huevo(ไข่)→ พูดกันว่า güevo
・bueno(ดี)→ พูดกันว่า güeno
เห็นไหมครับว่า “bwe / we ⇒ güe” เป็นแพตเทิร์นที่เกิดซ้ำๆ ในภาษาพูดของคนสเปนและลาตินอเมริกา
แล้วในศตวรรษที่ 20 ความหมายก็เริ่มจืดลงเรื่อยๆ ครับ เพราะถูกใช้บ่อยเกินไปจนความรุนแรงหายไป และกลายเป็นคำเรียกเพื่อนอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้
เส้นทางของคำว่า ”güey”
ละติน:bos, bovis(วัว)
↓
สเปน:buey(วัวตัวผู้ที่ถูกตอน / สัตว์ลากไถที่เชื่องช้า)
↓(ใช้ด่าคนที่เชื่องช้า ไม่ทันคน)
เสียงเปลี่ยน:bwei → gwei(b ถูกดึงไปเป็น g เพราะเสียง /w/)
↓
เขียนเป็น:güey(ต้องมี ü เพื่อให้อ่านเสียง u ได้)
↓(ศตวรรษที่ 20 ใช้บ่อยจนความหมายจืดลง)
ปัจจุบัน:güey / wey = “เฮ้ยแก” “เพื่อน” “หมอนั่น”
güey ใช้ได้ที่ไหนบ้าง? แล้วประเทศอื่นเขาพูดว่าอะไร
ข้อควรระวังสำหรับคนที่กำลังจะไปเที่ยวหรือไปเรียนครับ: ”güey” ไม่ได้ใช้ได้ทั้งโลกที่พูดภาษาสเปน
ศูนย์กลางของคำนี้คือ เม็กซิโก และชุมชนชาวเม็กซิกันในสหรัฐฯ ครับ นอกจากนั้น Diccionario de americanismos ยังบันทึกว่ามีการใช้ในเอลซัลวาดอร์และนิการากัว (ในความหมาย “คนโง่”) ส่วนที่ปารากวัยยังคงใช้ในความหมายเดิมคือ “วัวตอน” อยู่เลย
คำว่า “เฮ้ยแก” ในแต่ละประเทศ
●เม็กซิโก ⇒ güey / wey
●สเปน ⇒ tío / tía
●อาร์เจนตินา ⇒ boludo / che
●ชิลี ⇒ weón
●โคลอมเบีย ⇒ parce
※ ถ้าพูด güey ในสเปน เขาเข้าใจนะครับ แต่จะรู้ทันทีว่า “อ๋อ คนนี้เรียนสเปนแบบเม็กซิกันมา”
เอ๊ะ weón ของชิลีนี่หน้าตาคล้าย wey มากเลยนะครับ ญาติกันหรือเปล่าครับ?
คำถามคมมากครับ! คำตอบคือ คนละคำกันเลยครับ
weón ของชิลีมาจาก huevón ซึ่งรากคือ huevo(ไข่)ส่วน güey มาจาก buey(วัว)
ที่หน้าตาคล้ายกันเป็นเพราะทั้งคู่ผ่านการเปลี่ยนเสียงแบบ “güe” เหมือนกันเท่านั้นเองครับ บังเอิญล้วนๆ
เรียน güey จบแล้ว ต่อไปคือ no mames
พอจับ ”güey” ได้แล้ว คำถัดไปที่คุณจะได้ยินติดกันแทบทุกครั้งคือ ”no mames” ครับ
เพราะสองคำนี้มักมาเป็นแพ็กเกจเดียวกัน เช่น “¡No mames, güey!” ที่แปลประมาณว่า “ไม่จริงน่า!” หรือ “ล้อเล่นใช่ไหมวะ!” นั่นเองครับ
แต่มีข้อแตกต่างสำคัญที่ต้องรู้ครับ: ”no mames” แรงกว่า ”güey” เยอะมาก
”güey” แค่ทำให้ดูไม่สุภาพ แต่ ”no mames” เข้าข่ายคำหยาบจริงๆ ครับ รายละเอียดเรื่องระดับความแรงและวิธีใช้ ผมเขียนแยกไว้ในบทความนี้แล้วนะครับ
▶ no mames แปลว่าอะไร? ความแรง วิธีใช้ และคำสุภาพที่ใช้แทนได้
สรุป: güey แปลว่าอะไร และต้องระวังอะไรบ้าง
สรุปทุกอย่างที่เราคุยกันวันนี้ครับ
●ความหมาย ⇒ “ไอ้โง่” “หมอนั่น” “เฮ้ยแก / เพื่อน” มาจาก buey(วัวตอน)
⇒ ภาพหลักคือ “คำที่ประกาศว่าเราไม่ต้องรักษาระยะห่างกันแล้ว”
●การอ่าน ⇒ 1 พยางค์เท่านั้น /gwei/ หรือ /wei/ ⇒ เสียงหนักมีที่เดียว ไม่ต้องเลือก
⇒ สเปนไม่มีวรรณยุกต์ อย่าจำวรรณยุกต์ไทยติดหัวไปกับคำนี้
●ตัว ü ⇒ ไม่ใช่วรรณยุกต์ ไม่ใช่เสียงยาว ⇒ เป็นแค่ “สวิตช์เปิดเสียง u” ใน gue / gui
●güey กับ wey ⇒ ความหมายเหมือนกันเป๊ะ ⇒ พจนานุกรมใช้ güey / แชทใช้ wey
●ระดับความสนิท ⇒ เท่ากับ “มึง / แก” ⇒ ห้ามใช้กับหัวหน้า อาจารย์ ลูกค้า ⇒ รอให้อีกฝ่ายพูดก่อน
อ๋อ… ที่ผมเคยกลัวว่าจะออกเสียงผิด จริงๆ แล้วเป็นเพราะผมเอานิสัยการฟังวรรณยุกต์แบบไทยไปจับมันเองสินะครับ
พูดได้ตรงจุดมากครับ! และพอรู้ตัวแล้ว มันจะกลายเป็นข้อได้เปรียบทันทีนะครับ
คนไทยมีหูที่ไวต่อระดับเสียงมากอยู่แล้ว พอเลิกกังวลเรื่องวรรณยุกต์ในภาษาสเปน แล้วเอาความไวนั้นไปใช้จับ “อารมณ์ของผู้พูด” แทน คุณจะอ่านบทสนทนาออกเร็วกว่าคนชาติอื่นเยอะเลยครับ
เว็บนี้อธิบายสแลงเม็กซิกันคำอื่นๆ ไว้ด้วยวิธีเดียวกันนี้ครับ ทั้งความหมาย ที่มา การออกเสียง และระดับความสนิทที่ใช้ได้จริง
ลองไปดูคำอื่นๆ ต่อได้เลยนะครับ!
【รวมทุกคำ】สแลงเม็กซิกันพื้นฐานที่ต้องรู้ ความหมายและวิธีใช้แบบไม่พลาด
เอกสารอ้างอิง
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española: güey(https://dle.rae.es/güey)/buey(https://dle.rae.es/buey)」
「El Colegio de México, Diccionario del español de México: güey(https://dem.colmex.mx/ver/güey)」
「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos: güey(https://www.asale.org/damer/güey)/¡güey!(https://www.asale.org/damer/¡güey!)」
「RAE-ASALE, Diccionario panhispánico de dudas: diéresis(https://www.rae.es/dpd/diéresis)」
「RAE (@RAEinforma), #RAEconsultas(https://x.com/RAEinforma/status/1458394075485384708)」